ข้อมูลหลุดล่าสุดเกี่ยวกับ Apple Watch Ultra 4 ชี้ให้เห็นถึงการก้าวกระโดดครั้งสำคัญด้านเซ็นเซอร์ชีวมิติและการประมวลผลบนตัวเรือน ก่อนถึงงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ประจำเดือนกันยายนของ Apple โดยรุ่นนี้ยังคงดีไซน์ไทเทเนียมสุดแกร่งไว้ แต่ยกระดับสถาปัตยกรรมชิปและระบบตรวจวัดสุขภาพภายในใหม่อย่างแท้จริง
การเปลี่ยนแปลงด้านฮาร์ดแวร์ที่โดดเด่นที่สุดใน Ultra 4 คือชุดเซ็นเซอร์สุขภาพแบบออปติคัลที่เพิ่มช่องโฟโตไดโอดเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โครงสร้างความหนาแน่นสูงนี้รองรับฟังก์ชันการตรวจวัด ความดันโลหิต โดยไม่ต้องใช้ปลอกแขนพองลม ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนรับรองมาตรฐานทางการแพทย์ โดยใช้การวิเคราะห์ความเร็วคลื่นชีพจร (PPG) เพื่อแจ้งเตือนภาวะความดันโลหิตสูงเฉียบพลัน
นอกจากนี้ การอัปเกรดเซ็นเซอร์ยังช่วยให้อัตราการเต้นของหัวใจมีความแม่นยำสูงแม้ในการฝึกซ้อมหนัก เช่น การวิ่งเทรลบนเขาสูงหรือการว่ายน้ำในแหล่งน้ำเปิด ป้องกันปัญหาสัญญาณหลุดจากแรงสั่นสะเทือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Preserved Benefit: การติดตามแนวโน้มสุขภาพหลอดเลือดหัวใจในระยะยาว — โดยเฉพาะความผันผวนของความดันในแต่ละวันและการฟื้นตัวหลังออกกำลังกาย — จะถูกบันทึกเข้าสู่แอป Apple Health โดยอัตโนมัติควบคู่กับ ECG และออกซิเจนในเลือด
Explicit Trade-Off: การวัดความเร็วคลื่นชีพจรด้วยแสงเป็นการประเมินความตึงตัวของหลอดเลือดตามค่าอ้างอิง ไม่ใช่การอ่านค่าปรอทแบบสัมบูรณ์ จึงต้องมีการเทียบค่าซ้ำเป็นระยะด้วยเครื่องวัดความดันแบบรัดต้นแขนมาตรฐาน
ภายใต้หน้าจอ แซฟไฟร์คริสตัลมาพร้อมชิปเซ็ต S12 SiP รุ่นใหม่ ซึ่งมีคอร์ Neural Engine สำหรับการประมวลผล Machine Learning บนอุปกรณ์โดยตรง ทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ watchOS 27 เพื่อวิเคราะห์ความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ (HRV) ระยะการนอนหลับ และความเหนื่อยล้าสะสมบนข้อมือโดยไม่ต้องส่งข้อมูลไปยัง iPhone หรือคลาวด์
ความเร็วในการประมวลผลนี้ทำให้ Siri สามารถให้คำแนะนำการปรับเพซวิ่งแบบเรียลไทม์ตามสภาพร่างกายของผู้สวมใส่ หากต้องการตรวจสอบสเปกเซ็นเซอร์ของนาฬิกาแต่ละรุ่น สามารถดูได้ที่ ตารางเซ็นเซอร์ หรือคำนวณการแบ่งเวลาวิ่งด้วย โปรแกรมคำนวณเพซการวิ่ง