โดย Marcus Reed • 2026-09-21

เปรียบเทียบ Apple Watch Ultra 4 กับ Galaxy Watch Ultra 2: ศึกหน้าจอ แบตเตอรี่ และเซนเซอร์

การเลือกสมาร์ทวอทช์สายเอาท์ดอร์ระดับพรีเมียมในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ระบบปฏิบัติการของสมาร์ทโฟนที่คุณใช้งานอีกต่อไป เมื่อ Apple Watch Ultra 4 และ Galaxy Watch Ultra 2 ยกระดับความสว่างหน้าจอพร้อมอัปเกรดเซนเซอร์ตรวจวัดทางชีวภาพ การเปรียบเทียบเรือนเวลาไทเทเนียมทั้งสองรุ่นจึงเผยให้เห็นปรัชญาทางวิศวกรรมที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนสำหรับนักกีฬาและผู้รักการผจญภัย

ทั้งสองรุ่นใช้วัสดุตัวเรือนไทเทเนียมเกรดอากาศยานเพื่อความทนทานต่อกีฬาสุดขั้ว แต่การจัดสรรทรัพยากรฮาร์ดแวร์กลับมุ่งเน้นไปคนละทิศทาง

ความสว่างสูงสุดปะทะประสิทธิภาพการใช้พลังงานต่อเนื่อง

Samsung สร้างความฮือฮาด้วยการติดตั้งหน้าจอทรงกลม Super AMOLED ใน Galaxy Watch Ultra 2 ที่ดันความสว่างสูงสุดได้ถึง 5,000 nits ภายใต้ตัวเรือนทรงคุชชั่นขนาด 10.7 มม. พร้อมมาตรฐาน IP69K ทำให้การอ่านค่าท่ามกลางแดดจ้าทำได้อย่างไร้ที่ติ ขับเคลื่อนด้วยชิป Snapdragon Wear Elite, RAM 2GB และความจุ 64GB พร้อมระบบช่วยเหลืออัจฉริยะ Gemini AI

Apple เลือกจุดสมดุลที่ต่างออกไปสำหรับ Apple Watch Ultra 4 แม้จะยังคงใช้จอภาพ Retina OLED LTPO3 ขนาด 3,000 nits บนตัวเรือนสี่เหลี่ยมขนาด 12 มม. แต่ได้ทุ่มเทพัฒนาด้านความอึดของแบตเตอรี่อย่างเต็มที่: - อายุการใช้งานในโหมดประหยัดพลังงาน: Ultra 4 ใช้งานทั่วไปได้นานถึง 50 ชั่วโมง และยืดได้สูงสุดถึง 84 ชั่วโมงในโหมดประหยัดพลังงาน เหนือกว่าแบตเตอรี่ 800 mAh ของ Galaxy Watch Ultra 2 ที่ใช้งานได้ราว 60 ชั่วโมง - การบันทึกการออกกำลังกายระยะไกล: ในโหมดติดตามด้วย GPS และวัดอัตราการเต้นของหัวใจต่อเนื่อง Apple รองรับได้ถึง 25 ชั่วโมง พร้อมระบบชาร์จเร็ว 15 นาทีที่ใช้งานต่อได้ถึง 18 ชั่วโมง - มาตรฐานสำหรับกิจกรรมใต้น้ำ: ทั้งสองรุ่นรองรับการดำน้ำลึก 100 เมตรตามมาตรฐานเกจวัดความลึก EN13319 โดย Samsung ชูจุดเด่นเรื่องการกันน้ำแรงดันสูงระดับ IP69K

โครงสร้างเซนเซอร์: ความแม่นยำของชีพจรเทียบกับตัวชี้วัดสุขภาพรอบด้าน

ฟีเจอร์ด้านสุขภาพแสดงให้เห็นถึงความต่างทางกลยุทธ์อย่างชัดเจน ด้วยพลังของชิป S11 ทำให้ Apple Watch Ultra 4 ปรับปรุงระบบเซนเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจให้ตรวจวัดทุกๆ 5 วินาที เพื่อความแม่นยำสูงสุดระหว่างการฝึกซ้อมแบบหนักสลับเบา (Interval) เซนเซอร์นับก้าวรุ่นใหม่ทำงานร่วมกับแอปความพร้อม (Readiness) เพื่อประเมินภาระการฝึกซ้อมและการนอนหลับเป็นคะแนนความพร้อมประจำวัน

Samsung มุ่งเน้นให้ Galaxy Watch Ultra 2 เป็นศูนย์ตรวจวัดสุขภาพที่ครอบคลุม โดย Samsung Health เพิ่มการประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด การประมาณความดันโลหิตรายวัน การตรวจวัดระดับสารต้านอนุมูลอิสระ และโหมดวิ่งเทรลพร้อมระบบแจ้งเตือนการดื่มน้ำ

Preserved Benefit: สมาร์ทวอทช์ทั้งสองรุ่นมอบความทนทานระดับไทเทเนียม ลุยน้ำลึกได้ 100 เมตร และแบตเตอรี่ใช้งานได้หลายวันโดยไม่มีค่าธรรมเนียมรายเดือนสำหรับฟีเจอร์ตรวจวัดหลัก

Explicit Trade-Off: Samsung มอบความสว่างหน้าจอที่เหนือกว่า (5,000 nits) ในราคาเริ่มต้น ที่ย่อมเยากว่า ขณะที่ Apple Watch Ultra 4 ในราคา มอบความอึดในการบันทึก GPS ที่ยาวนานกว่า (สูงสุด 84 ชั่วโมง) และความถี่ในการวัดชีพจรที่ละเอียดยิ่งขึ้น

ก่อนออกเดินทางลุยป่าหรือเริ่มซ้อมมาราธอนรอบถัดไป แวะคำนวณความเร็วด้วย เครื่องคำนวณเพซการวิ่ง ตรวจสอบการใช้พลังงานผ่าน เครื่องมือแบตเตอรี่ Apple Watch หรือปรับแต่งหน้าปัดสายลุยจาก คอลเลกชันหน้าปัดนาฬิกาของเรา