โดย Liam Vance • 2026-10-08

ชำแหละ Apple Watch Ultra 4: ทำไมการเปลี่ยนแบตเตอรี่ยังคงเป็นเรื่องยาก

การเปิดดูภายในสมาร์ตวอทช์ระดับไฮเอนด์ไม่ควรทำให้รู้สึกตึงเครียดเหมือนกู้ระเบิด แต่ผลการชำแหละ Apple Watch Ultra 4 ล่าสุดชี้ชัดว่า Apple ยังคงปิดกั้นผู้ใช้จากการเปลี่ยนแบตเตอรี่ด้วยตนเอง แม้จะมีการปรับดีไซน์ภายในเล็กน้อยและมีกระแสกฎหมายสิทธิในการซ่อมแซม ผลการแกะเครื่องของ iFixit ได้ให้คะแนนความง่ายในการซ่อมของ Apple Watch Ultra 4 และ Series 12 เพียง 4 เต็ม 10 คะแนนเท่านั้น

ขณะที่สมาร์ตโฟนเริ่มเปลี่ยนมาใช้แถบกาวดึงออกได้และฝาหลังที่ถอดง่าย นาฬิกาเรือนท็อปของ Apple ยังคงติดอยู่กับโครงสร้างที่ใช้กาวหนาแน่น ซึ่งทำให้หน้าจอและแบตเตอรี่เสี่ยงต่อความเสียหายไปพร้อมกัน

หน้าจอยึดกาวและแบตเตอรี่ที่ถูกปิดกั้น: ภายในเปลี่ยนไปอย่างไร

การถอดชิ้นส่วนแสดงให้เห็นว่าการซ่อมแซมภายในยังต้องเริ่มจากการใช้ความร้อน ตัวดูดสุญญากาศ และการแกะหน้าจอ OLED ด้านหน้าอย่างระมัดระวังสูงสุด เพื่อคงมาตรฐานกันน้ำ 50 เมตรและ 100 เมตร กาวรอบขอบตัวเรือนจึงถูกซีลไว้อย่างแน่นหนา: - จุดปรับปรุงใน Series 12: Apple เปลี่ยนสายแพหน้าจอแบบ ZIF ที่บอบบางมาเป็นขั้วต่อแบบกดที่ทนทานขึ้น และเพิ่มแถบดึงกาวใต้แบตเตอรี่ แต่การเปลี่ยนแบตเตอรี่ยังต้องแกะหน้าจอก่อน และการเปลี่ยนหน้าจอก็ต้องถอดแบตเตอรี่ออกเช่นกัน - อุปสรรคของ Ultra 4: ด้านหลังเซรามิกของ Ultra 4 มีน็อต Pentalobe 4 ตัว แต่เมื่อไขออกจะพบเพียงชุดเซนเซอร์ แบตเตอรี่ขนาด 2.444 Wh ยังฝังอยู่ใต้หน้าจอที่ติดกาวและยึดด้วยน็อตล็อกโครงอีก 4 ตัว - ความต่างกับ Pixel Watch: ในทางตรงกันข้าม Pixel Watch 5 ของ Google ได้รับคะแนนจาก iFixit สูงถึง 9 เต็ม 10 ด้วยการใช้น็อต Torx และปะเก็นยางแห้งโดยแทบไม่ใช้กาว

หากคุณวางแผนใช้งานระยะยาวและกังวลว่าแบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพจะกระทบต่อการใช้งาน สามารถคำนวณรอบการชาร์จได้ที่ เครื่องมือประเมินแบตเตอรี่ ของเรา

ข้อพิพาทสิทธิในการซ่อมและค่าบริการนอกประกัน

รายงานนี้เผยแพร่ออกมาท่ามกลางการตรวจสอบทางกฎหมายที่เข้มงวด โดยใน 10 รัฐของสหรัฐฯ เริ่มบังคับใช้กฎหมายสิทธิในการซ่อมแซม iFixit ชี้ว่าการที่ Apple ไม่จัดหาคู่มือ อุปกรณ์เทียบวัด และแบตเตอรี่แท้ให้ผู้ใช้ ถือว่าขัดต่อกฎหมาย แม้ Apple จะอ้างโครงการ Self-Service Repair แต่นาฬิกากลับไม่เคยมีอยู่ในรายการอะไหล่

สำหรับผู้ที่ไม่มี AppleCare+ ค่าซ่อมเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือแบตเตอรี่เสื่อมสภาพนั้นแพงมหาโหด โดยค่าเปลี่ยนเครื่องสำหรับรุ่น Cellular สูงเกือบ 600 ดอลลาร์ ซึ่งใกล้เคียงกับการซื้อเครื่องใหม่ หากค่าซ่อมไม่คุ้มกับมูลค่าเครื่อง แนะนำให้ตรวจสอบ รายการเช็กสภาพเครื่องเทรดอิน ก่อนตัดสินใจซื้อ

การประเมินโครงสร้างฮาร์ดแวร์หลังการชำแหละ

Preserved Benefit: - การซีลกันน้ำระดับดำน้ำคงเดิม: การใช้กาวโรงงานที่แน่นหนาช่วยให้ Ultra 4 ยังคงผ่านมาตรฐานดำน้ำ EN13319 และกันน้ำลึก 100 เมตร โดยไม่ต้องกังวลเรื่องปะเก็นยางเคลื่อนตำแหน่ง - ความจุแบตเตอรี่เพิ่มขึ้น: Ultra 4 เพิ่มความจุเป็น 2.444 Wh (จากเดิม 2.313 Wh) และ Series 12 46 มม. เพิ่มเป็น 1.461 Wh ยืดเวลาใช้งานจริงโดยไม่ทำให้ตัวเรือนหนาขึ้น

Explicit Trade-Off: - ความเสี่ยงสูงที่หน้าจอจะเสียหาย: การแกะเปลี่ยนแบตเตอรี่เสี่ยงต่อการฉีกขาดของสายแพหน้าจอ ซึ่งอาจทำให้ค่าซ่อมแซมบานปลายขึ้นเป็นเท่าตัว - ไม่มีระบบซ่อมแซมด้วยตนเองอย่างเป็นทางการ: ผู้ใช้ยังต้องพึ่งพาบริการเปลี่ยนเครื่องราคาแพงจากศูนย์บริการหลังหมดประกัน

ตราบใดที่ Apple ยังไม่หันมาใช้ปะเก็นขันน็อตและช่องใส่แบตเตอรี่แยกส่วน การดูแลรักษาตัวเรือนอย่างระมัดระวังยังคงเป็นวิธีที่ประหยัดที่สุด