กระแสข่าวของ Apple Watch Ultra 4 กำลังได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง โดยรายงานจากห่วงโซ่อุปทานระบุถึงการอัปเกรดสถาปัตยกรรมเซนเซอร์ชีวมิติและความแม่นยำในการเก็บข้อมูลสุขภาพ แม้ว่า Apple จะยังคงใช้ดีไซน์ตัวเรือนไทเทเนียมที่แข็งแกร่งอันเป็นเอกลักษณ์ แต่ชิ้นส่วนภายในได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่เพื่อเน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและระบบปัญญาประดิษฐ์บนอุปกรณ์
การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่สำคัญที่สุดใน Apple Watch Ultra 4 อยู่ที่ชุดเซนเซอร์ชีวมิติที่มีความหนาแน่นสูงขึ้น รายงานระบุว่ามีการปรับปรุงช่องรับแสงและเพิ่มความถี่ในการสุ่มตรวจจับ เพื่อยกระดับความแม่นยำของการวัดอัตราการเต้นของหัวใจ คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) และระดับออกซิเจนในเลือด โดยฟีเจอร์ที่น่าจับตามองที่สุดคือการตรวจวัดแนวโน้มความดันโลหิตแบบไม่รุกล้ำผิวหนัง เพื่อแจ้งเตือนสัญญาณเสี่ยงภาวะความดันโลหิตสูงจากข้อมือ
สำหรับนักกีฬาแนวเอ็กซ์ตรีม เซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวที่แม่นยำยิ่งขึ้นพร้อมอัลกอริทึมการประมวลผลใหม่ จะช่วยบันทึกรอบขา ระยะก้าว และกำลังในการวิ่งเทรล ว่ายน้ำ และการฝึกกล้ามเนื้อได้อย่างละเอียด คุณสามารถเปรียบเทียบสเปกฮาร์ดแวร์ได้ที่ เมทริกซ์เซนเซอร์ หรือคำนวณระดับความหนักในการฝึกซ้อมผ่าน คู่มือโซนอัตราการเต้นของหัวใจ
Preserved Benefit: ชุดเซนเซอร์ที่หนาแน่นขึ้นให้ความแม่นยำของข้อมูลทางสรีรวิทยาในระดับสูงและตรวจจับแนวโน้มสุขภาพหัวใจได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ทำให้ตัวเรือนหนาขึ้น
Explicit Trade-Off: การตรวจวัดทางแสงด้วยความถี่สูงตลอดเวลาส่งผลต่อการใช้พลังงาน จึงต้องพึ่งพาประสิทธิภาพชิปเพื่อรักษาอายุการใช้งานแบตเตอรี่หลายวัน
หัวใจหลักของ Ultra 4 คาดว่าจะเป็นชิปประมวลผล SiP รุ่น S11 ที่ผลิตด้วยกระบวนการที่ประหยัดพลังงานยิ่งขึ้นพร้อมหน่วยประมวลผลโครงข่ายประสาท (Neural Engine) ที่ทรงพลัง เมื่อทำงานร่วมกับ watchOS เวอร์ชันใหม่ จะช่วยให้ Siri ตอบสนองได้ทันใจแบบออฟไลน์ พร้อมทั้งประเมินคะแนนการฟื้นฟูร่างกายและให้คำแนะนำการฝึกซ้อมแบบเฉพาะบุคคลได้ทันทีบนข้อมือ
นอกจากนี้ อาจมีการปรับปรุงวัสดุเซรามิกด้านหลังและส่วนโค้งของข้อต่อสาย เพื่อเพิ่มความสบายเมื่อต้องสวมใส่เป็นเวลานานในการเดินทางไกล สามารถเลือกชมหน้าปัดสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งได้ที่ คลังหน้าปัดนาฬิกา หรือประเมินชั่วโมงการใช้งานด้วย เครื่องมือคำนวณแบตเตอรี่ Apple Watch
เมื่อใกล้ถึงช่วงเปิดตัวตามธรรมเนียมในเดือนกันยายน Ultra 4 จึงพร้อมก้าวขึ้นเป็นมาตรฐานใหม่ของสมาร์ตวอทช์สายลุยระดับพรีเมียม