โดย Liam Vance • 2026-09-10

Apple Watch Ultra 4: 5 เหตุผลที่ควรซื้อ และ 2 เหตุผลที่ควรมองข้าม

Apple Watch Ultra 4 รุ่นล่าสุดได้รับการยกระดับวิศวกรรมภายในอย่างจริงจังภายใต้ตัวเรือนไทเทเนียมขนาด 49 มม. อันคุ้นเคย โดยเน้นการปรับปรุงความแม่นยำของเซ็นเซอร์ชีวภาพ ระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่ และระบบปัญญาประดิษฐ์บนตัวเรือน

5 เหตุผลที่ควรซื้อ Apple Watch Ultra 4

1. สถาปัตยกรรมเซ็นเซอร์ชีวภาพใหม่ทั้งหมด: ขยายหน้าสัมผัสขั้วไฟฟ้า ECG และเพิ่มกำลังไฟ LED บันทึกอัตราการเต้นของหัวใจทุก 5 นาที และค่า HRV ทุก 15 นาที ให้ความแม่นยำเทียบเคียงสายรัดอก 2. แบตเตอรี่ใช้งานทั่วไป 50 ชั่วโมง พร้อมโหมด Max Extended: ใช้งานปกติได้นานถึง 50 ชั่วโมง สำหรับนักวิ่งสายอัลตร้า โหมด Max Extended ติดตามพิกัด GPS และวัดชีพจรต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 45 ชั่วโมง 3. ระบบ Siri อัจฉริยะบนอุปกรณ์และฟังก์ชัน Live Rewind: ทำงานผ่านชิปรุ่นใหม่ บันทึกเสียงบรรยากาศ 15 วินาทีล่าสุดแบบเข้ารหัสไว้ใน Secure Enclave แตะ Digital Crown สองครั้งเพื่อฟังบทสนทนาที่เพิ่งพลาดไปได้ทันที 4. ระบบนับก้าวผสาน Machine Learning: ปรับปรุงอัลกอริทึมวัดระยะทางและการก้าวขาใหม่ทั้งหมด เพื่อความแม่นยำสูงบนเส้นทางเทรลและสภาพแวดล้อมสมบุกสมบัน 5. ราคาเปิดตัวคงเดิม: แม้ต้นทุนชิ้นส่วนจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ Apple ยังคงราคาเริ่มต้นไว้ที่ 799 ดอลลาร์สหรัฐเช่นเดียวกับรุ่นก่อนหน้า

ค้นหาหน้าปัดดีไซน์สปอร์ตใน คลังแพ็กหน้าปัดนาฬิกา หรือวางแผนการใช้งานด้วย เครื่องคำนวณแบตเตอรี่ Apple Watch

Preserved Benefit: นักวิ่งระยะไกลและสายลุยป่าสามารถบันทึกพิกัด GPS ความแม่นยำสูงต่อเนื่องได้ถึง 45 ชั่วโมงโดยไม่ต้องพกแบตเตอรี่สำรอง

Explicit Trade-Off: ตัวเรือนยังคงมีเพียงขนาดเดียวคือ 49 มม. ซึ่งอาจใหญ่เกินไปสำหรับผู้ที่มีข้อมือเล็กกว่า 16.5 ซม.

2 เหตุผลที่อาจทำให้คุณอยากมองข้าม

1. หน้าจอความสว่าง 3,000 nits เท่าเดิม: แม้จะมองเห็นได้ชัดเจนกลางแจ้ง แต่หน้าจอยังคงใช้ฮาร์ดแวร์เดิม ไม่ได้รับการอัปเกรดให้สู้คู่แข่งที่ขยับไปแตะ 5,000 nits 2. ไม่มีตัวเลือกขนาดกะทัดรัด: ผู้ที่รอคอยรุ่นขนาด 44 มม. หรือ 45 มม. ยังคงต้องผิดหวัง เพราะตัวเรือนมีเพียงขนาด 49 x 44 มม. ตรวจสอบความกระชับได้ที่ เครื่องมือตรวจสอบสายนาฬิกา และดูสเปกฮาร์ดแวร์ใน ตารางเปรียบเทียบเซ็นเซอร์