ก่อนงานเปิดตัวรอบฤดูใบไม้ร่วงของ Apple นักกีฬาสายผจญภัยและผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์สวมใส่ต่างจับตาเปรียบเทียบ Apple Watch Ultra 4 กับนาฬิการุ่นเรือธงล่าสุดของ Garmin อย่าง Fenix 9 Pro แม้ว่า watchOS จะยกระดับระบบ GPS สองคลื่นความถี่และการวิเคราะห์ค่าพลังกายจนทัดเทียม แต่การทดสอบภาคสนามยังคงชี้ให้เห็น 2 ฟังก์ชันเด่นจาก Garmin ที่ผู้ใช้งาน Ultra เรียกร้องมากที่สุด
จุดแตกต่างด้านการใช้งานอันดับแรกคือการนำทางระหว่างออกกำลังกาย แม้ watchOS จะรองรับแผนที่ออฟไลน์แล้ว แต่การดูเส้นทางยังต้องสลับออกจากแอปออกกำลังกายไปยังแอปแผนที่ ต่างจาก Garmin ที่สามารถแสดงแผนที่ภูมิประเทศพร้อมข้อมูลเพซบนหน้าจอเดียวกันได้ทันที การผนวกรวมแผนที่เข้ากับแอปออกกำลังกายโดยตรงจึงเป็นสิ่งที่นักวิ่งเทรลรอคอย
ข้อเรียกร้องที่สองคือด้านฮาร์ดแวร์ ได้แก่ ไฟฉาย LED แบบเฉพาะบนตัวเรือนไทเทเนียม แม้หน้าจอของ Apple Watch Ultra จะใช้ส่องสว่างฉุกเฉินได้ แต่ไฟฉาย LED แยกส่วนสามารถส่องทางข้างหน้าได้โดยไม่บดบังข้อมูลการวิ่งบนหน้าปัด
นักวิ่งสามารถวางแผนการซ้อมได้ที่ เครื่องมือคำนวณเพซการวิ่ง หรือเปรียบเทียบสเปกเซนเซอร์ได้ที่ ตารางเปรียบเทียบเซนเซอร์
Preserved Benefit: การผสานแผนที่เข้ากับโหมดออกกำลังกายและมีไฟฉาย LED บนตัวเรือน ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการนำทางสำหรับการผจญภัยในเวลากลางคืนอย่างแท้จริง
Explicit Trade-Off: การประมวลผลแผนที่แบบเรียลไทม์ควบคู่กับระบบ GPS ความแม่นยำสูงเพิ่มการใช้พลังงานกราฟิก ซึ่งต้องมีการบริหารพลังงานอย่างเข้มงวดเพื่อคงอายุแบตเตอรี่
การแข่งขันระหว่าง Apple Watch Ultra และนาฬิกาสปอร์ตเฉพาะทางสะท้อนปรัชญาที่ต่างกัน Garmin โดดเด่นด้วยแบตเตอรี่ที่อยู่ได้หลายสัปดาห์และการควบคุมด้วยปุ่มกด ส่วน Apple นำเสนอระบบนิเวศที่เชื่อมต่ออย่างสมบูรณ์แบบ หาก Ultra 4 เสริมความแข็งแกร่งด้วยการนำทางในตัวและไฟฉาย LED ก็จะขยับเข้าใกล้ความเป็นอุปกรณ์กีฬาขาลุยระดับอัลตราอย่างสมบูรณ์แบบ
คุณสามารถตรวจสอบผลกระทบจากการเปิดเซนเซอร์เต็มรูปแบบได้ที่ เครื่องมือคำนวณแบตเตอรี่ Apple Watch