นาฬิกาสายลุยระดับเรือธงของ Apple จะสามารถพิชิตการวิ่งเทรลระยะทาง 100 ไมล์บนภูเขาโดยที่แบตเตอรี่ไม่หมดกลางทางได้หรือไม่? ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นักกีฬาสายอึดชื่นชอบหน้าจอที่สว่างคมชัดและการเชื่อมต่อเซลลูลาร์ของ Apple Watch Ultra แต่ก็กังวลเรื่องแบตเตอรี่หมดระหว่างการเดินทางหลายวัน การมาถึงของ Apple Watch Ultra 4 ผ่านการทดสอบจริงแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาครั้งสำคัญ: อายุการใช้งานแบตเตอรี่ Apple Watch Ultra 4 ทำได้ถึง 60 ชั่วโมง ในการใช้งานประจำวันทั่วไปโดยเปิด Always-On Display ซึ่งแซงหน้าตัวเลข 50 ชั่วโมงที่ Apple เคลมไว้ได้อย่างสบาย
ที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือสถาปัตยกรรมพลังงานสำหรับการออกกำลังกายที่ช่วยให้บันทึกกิจกรรม GPS กลางแจ้งต่อเนื่องได้นานถึง 45 ชั่วโมง ทำให้นี่คือตัวเลือกที่จริงจังสำหรับงานวิ่งอัลตร้ามาราธอนและการเดินป่าระยะไกล
การก้าวกระโดดของแบตเตอรี่เกิดจากขนาดความจุแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้นและการจัดสรรการทำงานของชิป S11:
นอกเหนือจากแบตเตอรี่ที่อึดขึ้นแล้ว Ultra 4 ยังเปิดตัว คะแนนความพร้อม (Readiness Score) ระดับ 1-10 ที่ประมวลผลจาก HRV ขณะนอน อุณหภูมิผิวหนัง และระยะการนอนหลับ แตกต่างจากคู่แข่งอย่าง Whoop หรือ Oura ที่ต้องจ่ายค่าสมาชิกระบบรายเดือน ทาง Apple มอบการวิเคราะห์การฟื้นฟูร่างกายนี้ใน watchOS โดยไม่มีค่าบริการรายเดือนใดๆ
แม้คะแนนจะปรับเปลี่ยนตามการออกแรงระหว่างวัน แต่ระบบยังไม่มีกราฟแสดงแนวโน้มย้อนหลังระยะยาว และ Garmin ยังคงครองแชมป์แบตเตอรี่ที่อยู่ได้นานหลายสัปดาห์ ในระหว่างแข่งขัน การจับคู่กับหน้าปัดที่อ่านค่าง่ายอย่าง Racer Dashboard จะช่วยให้คุณตรวจสอบเพซและโซนหัวใจได้อย่างรวดเร็ว
ประโยชน์ที่ได้รับ: Ultra 4 ให้แบตเตอรี่ใช้งานจริง 60 ชั่วโมง และบันทึก GPS ต่อเนื่องได้ถึง 45 ชั่วโมง หมดกังวลเรื่องแบตเตอรี่สำหรับนักวิ่งเทรลระยะไกล พร้อมข้อมูลการฟื้นฟูร่างกายที่ไม่มีค่าสมาชิกรายเดือน
ข้อจำกัดที่ชัดเจน: การจะบันทึกได้นานสูงสุด 45 ชั่วโมงต้องยอมสละความแม่นยำของ GPS สองคลื่นความถี่และการวัดชีพจรทันทีในโหมดสูงสุด สำหรับการเดินทางสำรวจนานหลายสัปดาห์ยังคงต้องพึ่งพานาฬิกา GPS พลังงานแสงอาทิตย์โดยเฉพาะ