การเปลี่ยนมาใช้ Apple Watch เรือนใหม่ควรจะราบรื่นไร้รอยต่อ แต่ผู้ใช้หลายคนกลับพบกับความประหลาดใจเมื่อสั่งงานด้วยเสียง: เสียงของ Siri บนข้อมือกลับแบนราบ ฟังดูคล้ายหุ่นยนต์ หรือเป็นคนละเสียงกับที่ตั้งค่าไว้บน iPhone อย่างสิ้นเชิง และจากการที่ watchOS รุ่นล่าสุดปรับเปลี่ยนโครงสร้างเมนู จึงทำให้เกิดข้อสงสัยอย่างแพร่หลายในชุมชนผู้ใช้
ความแตกต่างนี้ไม่ใช่บั๊กของระบบหรือการลดทอนสเปก แต่เป็นผลลัพธ์จากการบริหารจัดการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลและพลังงานแบตเตอรี่ของ Apple ในการดาวน์โหลดโมเดลเสียงคุณภาพสูง (Neural TTS)
หากคุณกำลังตั้งค่าอุปกรณ์รุ่นเก่า สามารถตรวจสอบความจุข้อมูลผ่าน เครื่องมือระบุรุ่น Apple Watch หรือประเมินการใช้พลังงานได้จาก เครื่องคำนวณอายุการใช้งานแบตเตอรี่
Preserved Benefit: - ประหยัดพื้นที่จัดเก็บข้อมูล: การใช้เสียงสังเคราะห์ขนาดเล็กในเบื้องต้นช่วยสงวนพื้นที่สำหรับหน้าปัด แอปพลิเคชัน และเพลงออฟไลน์ - ป้องกันความร้อนและการกินแบตเตอรี่: การจำกัดการประมวลผลโมเดลเสียงไว้เฉพาะช่วงชาร์จไฟช่วยลดความร้อนสะสมและการสูญเสียพลังงานขณะสวมใส่
Explicit Trade-Off: - ความรู้สึกสะดุดในการใช้งานช่วงแรก: ผู้ใช้จะได้รับประสบการณ์เสียงที่ด้อยคุณภาพลงในช่วงชั่วโมงแรกของการใช้งาน ทำให้อรรถรสร่วมกับ iPhone ลดลง - ไม่มีแถบแสดงสถานะ: ระบบ watchOS ไม่มีการแจ้งเตือนหรือแถบแสดงความคืบหน้าให้ผู้ใช้ทราบว่ากำลังดาวน์โหลดไฟล์เสียงคุณภาพสูงอยู่
เมื่อการดาวน์โหลดเบื้องหลังบนแท่นชาร์จเสร็จสมบูรณ์ Apple Watch ของคุณจะกลับมาใช้เสียง Siri ที่เป็นธรรมชาติเหมือนบน iPhone ทุกประการ