การเปิดตัวของ Apple Watch Series 12 สร้างความตื่นเต้นด้วยการเพิ่มทางเลือกวัสดุตัวเรือนอย่างครบครัน ทั้งอะลูมิเนียม ไทเทเนียม และการกลับมาของวัสดุเซรามิก แม้ว่าทุกรุ่นจะใช้ชิป S11 ตัวเดียวกัน พร้อมระบบเซ็นเซอร์สุขภาพและฟังก์ชันวัดความพร้อมร่างกาย (Readiness) แต่ชนิดของวัสดุจะเป็นตัวกำหนดความทนทานต่อน้ำหนักและการใช้งานจริงในแต่ละวัน
รุ่นเริ่มต้นอย่าง อะลูมิเนียม ได้รับการอัปเกรดความทนทานอย่างเห็นได้ชัดด้วยกระจก Ceramic Shield 2 ซึ่งทนต่อแรงกระแทกแตกหักได้ดีกว่ากระจก Ion-X ใน Series 11 ถึง 60% มาพร้อมสีบรอนซ์เข้ม สีดำ สีทองอ่อน และสีสเปซเกรย์ โดยยังคงเป็นรุ่นที่เบาที่สุดบนข้อมือ
รุ่น ไทเทเนียม ผลิตขึ้นด้วยกระบวนการพิมพ์ 3 มิติจากไทเทเนียมรีไซเคิล 100% มีให้เลือกในโทนสีทองเปล่งประกายและสีธรรมชาติ ส่วนรุ่น เซรามิก ระดับพรีเมียมกลับมาในสีขาวมุกและสีน้ำเงินเข้ม มอบความแข็งแกร่งระดับสูงที่ป้องกันรอยขีดข่วนในชีวิตประจำวันได้อย่างสมบูรณ์แบบ
สามารถตรวจสอบขนาดตัวเรือนและสเปกเซ็นเซอร์ของแต่ละรุ่นได้ที่ เครื่องมือระบุรุ่นนาฬิกา หรือดูข้อมูลใน ตารางเปรียบเทียบเซ็นเซอร์
Preserved Benefit: ความแม่นยำของเซ็นเซอร์ อัตราการตรวจวัดสัญญาณชีพ และอายุการใช้งานแบตเตอรี่ยังคงเท่ากันทุกประการในวัสดุทั้งสามแบบ
Explicit Trade-Off: ราคาที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นของรุ่นไทเทเนียมและเซรามิก โดยไม่มีฟีเจอร์พิเศษเฉพาะตัวใน watchOS แต่อย่างใด
Apple ยึดมั่นให้การเลือกวัสดุเป็นเรื่องของสไตล์และความทนทานภายนอก โดย Apple Watch Series 12 ทุกรุ่นจะวัดอัตราการเต้นของหัวใจทุกๆ 5 วินาที และคำนวณความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจด้วยมาตรฐานความแม่นยำเดียวกันทั้งหมด