Apple Watch Series 12 มาพร้อมกับการอัปเกรดฮาร์ดแวร์ภายในครั้งสำคัญภายใต้ดีไซน์ตัวเรือนที่คุ้นเคย ด้วยชิป S11 ใหม่ล่าสุด, แผงไบโอเซนเซอร์ 32 ขั้วไฟฟ้ารูปกลีบดอกไม้ และฟีเจอร์ Audio Intelligence อัจฉริยะบนข้อมือ ในราคาเริ่มต้น 399 ดอลลาร์เท่าเดิม รุ่นนี้ได้รับการปรับแต่งระบบประมวลผลภายในให้สามารถเก็บข้อมูลสุขภาพได้อย่างต่อเนื่องและถอดเสียงด้วย AI โดยไม่กระทบต่ออายุการใช้งานแบตเตอรี่
หัวใจหลักของ Series 12 คือโปรเซสเซอร์ S11 แบบ Dual-core ที่มาพร้อม Neural Engine ประสิทธิภาพสูงและชิปรองประหยัดพลังงานพิเศษสำหรับการวัดค่าชีวมาตรเบื้องหลัง ด้านหลังตัวเรือนเปลี่ยนจากวงแหวน 2 ขั้วเดิมเป็นแผงขั้วไฟฟ้า 32 จุดรูปทรงกลีบดอกไม้ ช่วยเพิ่มพื้นที่สัมผัสผิวสำหรับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) ให้แม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมระบบวัดชีพจรทุก 5 นาทีและตรวจวัดความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ (HRV) ตลอดวัน
ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปประมวลผลเป็นคะแนน ความพร้อมของร่างกาย (Readiness) ผสานข้อมูลอุณหภูมิร่างกายขณะนอนหลับและการฝึกซ้อมเพื่อประเมินการฟื้นตัวโดยไม่ต้องเสียค่าบริการรายเดือน ตรวจสอบรายละเอียดได้ที่ ตารางเปรียบเทียบเซนเซอร์ หรือคำนวณระยะเวลาใช้งานได้ที่ เครื่องมือคำนวณแบตเตอรี่ Apple Watch
Preserved Benefit: ชิป S11 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผล AI และวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้ถี่ขึ้น โดยยังคงรักษาอายุการใช้งานแบตเตอรี่มาตรฐาน 24-28 ชั่วโมงได้ตามปกติ
Explicit Trade-Off: ฟีเจอร์ AI สำคัญอย่าง Siri Recap และแอปสุขภาพโฉมใหม่ จะยังไม่เปิดให้ใช้งานทันที โดยจะทยอยเปิดตัวผ่านการอัปเดต watchOS 27 ในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงนี้
นอกจากเรื่องสุขภาพแล้ว Series 12 ยังเปิดตัวฟีเจอร์ Audio Intelligence ที่ช่วยถอดเสียงบทสนทนา 15 วินาทีล่าสุดด้วย Live Rewind หรือสรุปการประชุมด้วย Siri Recap โดยประมวลผลอย่างปลอดภัยบนอุปกรณ์ ตัวเรือนเพิ่มสีอะลูมิเนียมบรอนซ์ใหม่ และการกลับมาของตัวเรือนเซรามิกสีขาวระดับพรีเมียม
ผู้ที่อัปเกรดจาก Series 8 หรือรุ่นเก่ากว่าจะสัมผัสได้ถึงความลื่นไหลที่รวดเร็วขึ้นอย่างชัดเจน ค้นหาดีไซน์หน้าปัดที่เข้ากันได้ใน คลังรวมหน้าปัด หรือตรวจสอบขนาดสายนาฬิกาได้ที่ เครื่องมือตรวจสอบความเข้ากันได้ของสาย