Apple ได้เปิดตัว Apple Watch Series 12 อย่างเป็นทางการ นำผิวสัมผัสเซรามิกสุดหรูหรากลับมาอีกครั้งพร้อมการยกเครื่องระบบเซนเซอร์ตรวจวัดสุขภาพครั้งใหญ่ ด้วยขุมพลังจากชิป S11 รุ่นใหม่ Series 12 ยกระดับความแม่นยำของการวัดสัญญาณชีพบนข้อมือ พร้อมระบบคะแนนความพร้อมร่างกาย (Readiness Score) เพื่อท้าชนอุปกรณ์สายรัดเพื่อการฟื้นฟูโดยเฉพาะ
ด้านรูปลักษณ์ภายนอก Series 12 ยังคงมีขนาด 42 มม. และ 46 มม. โดยตัวเรือนมีความกว้างเพิ่มขึ้น 1 มม. ไฮไลต์ด้านการออกแบบคือการนำรุ่น Ceramic Edition กลับมาเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ Series 5 โดยมีสีขาวมุก (Pearl White) และสีน้ำเงินเข้ม (Night Blue) ควบคู่ไปกับอะลูมิเนียมรีไซเคิล (เพิ่มสีบรอนซ์เข้มใหม่) และไทเทเนียมขัดเงา
บริเวณด้านหลังตัวเรือน ระบบตรวจจับสุขภาพใหม่ขยายพื้นที่สัมผัสของอิเล็กโทรดเพื่อการอ่านค่า ECG ที่แม่นยำยิ่งขึ้น โฟโตไดโอดรุ่นใหม่บันทึกอัตราการเต้นของหัวใจทุก 5 วินาทีขณะเคลื่อนไหว และเพิ่มความถี่ในการวัดความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ (HRV) เป็นทุก 5 นาที ซึ่งถี่กว่า Series 11 ถึง 24 เท่า ข้อมูลเหล่านี้จะถูกประมวลผลเป็นคะแนนความพร้อมร่างกายและอายุสุขภาพในระบบ watchOS ตรวจสอบขนาดตัวเรือนได้ที่ เครื่องมือระบุรุ่น Apple Watch และคำนวณการใช้พลังงานได้ที่ เครื่องคำนวณแบตเตอรี่ Apple Watch
Preserved Benefit: การตรวจวัดข้อมูลชีวมิติความถี่สูงช่วยให้ผู้ใช้ทราบระดับการฟื้นฟูร่างกายและการทำงานของหัวใจได้ทันทีโดยไม่ต้องจ่ายค่าสมาชิกรายเดือน
Explicit Trade-Off: การเปิดทำงานของเซนเซอร์วัดค่าและระบบตรวจจับเสียงรอบข้างอย่างต่อเนื่องจะใช้พลังงานประมวลผลมากขึ้น จึงจำเป็นต้องชาร์จแบตเตอรี่เป็นประจำทุกวัน
นอกจากฟังก์ชันสุขภาพ ชิป S11 ยังขับเคลื่อนระบบ Audio Intelligence บนตัวเครื่อง นาฬิกาสามารถตรวจจับเสียงสำคัญรอบตัว เช่น เสียงกริ่งประตูหรือเสียงรถยนต์ที่กำลังใกล้เข้ามา พร้อมส่งการสั่นเตือนบนหน้าจอ และฟีเจอร์ Live Rewind ยังช่วยถอดข้อความเสียงบทสนทนาย้อนหลัง 15 วินาทีได้เพียงกด Digital Crown สองครั้ง
ปรับแต่งหน้าปัดนาฬิกาพร้อมข้อมูลสุขภาพใหม่ๆ ได้ที่ แกลเลอรีหน้าปัดนาฬิกา หรือวางแผนการนอนหลับด้วย เครื่องคำนวณรอบการนอนหลับ