สองปีหลังจากที่ Apple พลิกโฉมดีไซน์ให้บางเฉียบใน Series 10 การเปิดตัวของ Apple Watch Series 12 ก็นำมาซึ่งคำถามสำคัญสำหรับผู้ใช้ปัจจุบัน แม้ว่า Series 11 ในปีก่อนหน้าจะมีการปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย แต่ Series 12 กลับมาพร้อมการยกเครื่องสเปกภายในครั้งใหญ่ ทั้งชิปประมวลผล S11, RAM เพิ่มขึ้นเท่าตัว, การเชื่อมต่อเครือข่าย 5G และชุดเซ็นเซอร์ชีวภาพที่ออกแบบใหม่หมด
อย่างไรก็ดี การอัปเกรดครั้งนี้มาพร้อมการแลกเปลี่ยนด้านกายภาพที่คาดไม่ถึง นั่นคือพื้นที่แสดงผลหน้าจอลดลงประมาณ 2% พร้อมขอบจอที่หนาขึ้นเล็กน้อย และตัวเรือนที่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นในทุกวัสดุ
สำหรับสายออกกำลังกายและผู้รักสุขภาพ Series 12 นำเสนอความก้าวหน้าอย่างชัดเจน เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบออปติคัลและไฟฟ้ารองรับการตรวจจับความถี่สูง ช่วยให้บันทึกค่า HRV ขณะฟื้นฟู และข้อมูลชีพจรระหว่างวันได้อย่างแม่นยำ พร้อมทำงานร่วมกับ watchOS 27 ในการประเมินคะแนนความพร้อมของร่างกาย (Readiness score)
ในราคาเริ่มต้นที่ 399 ดอลลาร์ Series 12 เข้ามาแทนที่ Series 10 อย่างสมบูรณ์ แต่หากแบตเตอรี่ของ Series 10 เครื่องเดิมยังใช้งานได้เต็มวันและคุณไม่ได้ต้องการข้อมูลฟื้นฟูขั้นสูง นาฬิกาเดิมที่รองรับ watchOS 27 ก็ยังคงตอบโจทย์ได้อย่างยอดเยี่ยม
Preserved Benefit: การวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพและการฟื้นฟูร่างกายระดับสูง, ระบบตรวจจับเสียงอัจฉริยะ, RAM เพิ่มขึ้นสองเท่าเพื่อรองรับอนาคต และความเร็ว 5G
Explicit Trade-Off: พื้นที่หน้าจอแสดงผลลดลงราว 2% พร้อมขอบจอที่หนาขึ้น และน้ำหนักตัวเรือนที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในทุกวัสดุ
ก่อนตัดสินใจอัปเกรด ลองคำนวณการใช้พลังงานได้ที่ Apple Watch battery estimator หรือเปรียบเทียบสเปกฮาร์ดแวร์อย่างละเอียดใน sensor matrix comparison