ฟีเจอร์ Live Rewind บน Apple Watch Series 12 และ Apple Watch Ultra 4 กำลังเป็นที่พูดถึงในประเด็นความเป็นส่วนตัว ด้วยประสิทธิภาพของ ชิปประมวลผล S11 ที่คอยตรวจจับเสียงรอบข้างเพื่อแปลงบทสนทนา 15 วินาทีย้อนหลังให้เป็นข้อความทันที ทั้งนี้ Apple ได้ออกมาชี้แจงถึงระบบป้องกันความปลอดภัยที่ทำให้ไม่สามารถแอบบันทึกเสียงผู้อื่นได้โดยเด็ดขาด
เพื่อป้องกันการแอบบันทึกเสียง การเปิดใช้ Live Rewind ต้องกดปุ่ม Digital Crown สองครั้งติดต่อกันโดยเจตนา เมื่อทำงาน Apple Watch จะส่งเสียงกระดิ่งเตือนที่ดังชัดเจนผ่านลำโพงของนาฬิกาเสมอ แม้ว่าจะเปิดโหมดเงียบหรือเชื่อมต่อหูฟังอยู่ก็ตาม พร้อมกันนั้น บนหน้าจอ OLED จะแสดงภาพคลื่นเสียงและสัญลักษณ์ไมโครโฟนขนาดใหญ่เพื่อแจ้งเตือนบุคคลรอบข้าง
ข้อมูลเสียงจะถูกส่งเข้าสู่ Secure Exclave ซึ่งเป็นส่วนฮาร์ดแวร์ที่ถูกแยกการทำงานอย่างเด็ดขาดบนชิป S11 โดยที่ระบบปฏิบัติการ แอปพลิเคชันภายนอก หรือแม้แต่เซิร์ฟเวอร์ของ Apple ก็ไม่สามารถเข้าถึงได้ เสียงจะถูกถอดความเป็นข้อความบนอุปกรณ์และถูกลบทิ้งทันทีโดยไม่มีการบันทึกไฟล์เสียงเก็บไว้หรืออัปโหลดขึ้นคลาวด์
Preserved Benefit: ช่วยให้ผู้ใช้ย้อนดูข้อความที่เพิ่งพูดไป 15 วินาทีที่แล้วบนข้อมือได้อย่างแม่นยำ โดยไม่เปลืองแบตเตอรี่ด้วยคอร์ประมวลผลระบบประสาทของ S11
Explicit Trade-Off: เสียงเตือนลำโพงที่ไม่สามารถปิดได้และภาพแสดงผลเต็มหน้าจอ ทำให้ไม่สามารถแอบใช้งานในห้องประชุมที่เงียบสงบได้โดยไม่ให้ผู้อื่นรู้ตัว
ข้อความที่ถอดเสียงจะปรากฏอยู่ประมาณ 30 วินาทีหลังจากหน้าจอดับลง ก่อนจะถูกลบออกจากหน่วยความจำอย่างถาวร เว้นแต่จะบันทึกลงแอป Siri ตรวจสอบความเข้ากันได้ของอุปกรณ์ผ่าน เครื่องมือระบุรุ่น Apple Watch หรือเปรียบเทียบเซ็นเซอร์ได้ที่ ตารางเซ็นเซอร์
Live Rewind จะเปิดให้อัปเดตในช่วงปลายปีนี้ผ่าน watchOS 27 และ iOS 27 โดยจำเป็นต้องใช้งานร่วมกับ Apple Watch Series 12 หรือ Ultra 4 ที่จับคู่กับ iPhone 16 ขึ้นไป (ไม่รวม iPhone 16e) พร้อมเปิดใช้ Apple Intelligence